- รู้จักเอสซีจีซี
- สินค้าและโซลูชัน
- นักลงทุนสัมพันธ์
- การพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ชุมชนก้าวหน้า
- ข่าวและความเคลื่อนไหว

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นในเวทีเสวนา "Sustain Daily Talk 2026" ภายใต้หัวข้อ "โลกป่วน เกมเปลี่ยน : ธุรกิจจะ 'ยั่งยืน' ได้อย่างไร?" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า "ความยั่งยืน" ไม่ใช่เพียงแนวโน้มของโลก แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว
ในระยะสั้น ธุรกิจต้องรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ผลกระทบจากภาวะอากาศแปรปรวน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน กฎระเบียบใหม่ เช่น CBAM, EUDR และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก

ในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคเกษตร อาหาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น Data Center ทำให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจ
ผู้ร่วมเสวนาต่างเห็นตรงกันว่า ESG ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระหรือค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
การดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน สร้างโอกาสในการเข้าถึง Green Finance และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม แม้ว่าผู้บริโภคอาจยังไม่พร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพราะสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่หากองค์กรไม่มีแนวทางด้าน ESG ลูกค้าอาจตัดสินใจไม่เลือกแบรนด์นั้นเลย
"ESG จึงไม่ใช่จุดขาย แต่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของธุรกิจที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว"
แม้ประเทศไทยจะมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.3 ล้านราย ซึ่งหลายรายยังให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของธุรกิจเป็นอันดับแรก แต่การเริ่มต้นด้าน ESG ไม่จำเป็นต้องลงทุนจำนวนมาก แนวคิด SOS ถูกนำเสนอเป็นแนวทางง่าย ๆ สำหรับผู้ประกอบการ ได้แก่
ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็น "ใบเบิกทาง" สู่ตลาดใหม่ และโอกาสในการแข่งขันในอนาคต
สำหรับ SCGC ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งลูกค้า ชุมชน และสังคม
SCGC เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products) ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการรีไซเคิลพลาสติก เทคโนโลยี Advanced Recycling และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้วัสดุใช้แล้วสามารถกลับมาเป็นทรัพยากรใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ SCGC ยังร่วมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน ภายใต้โครงการสระบุรีแซนด์บ๊อกซ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย นำร่องโรงเรียนต้นแบบ 20 แห่ง และความร่วมมือกับ Alliance to End Plastic Waste (AEPW) จัดประชุม Executive Roundtable เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกในประเทศไทย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึง โดย ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม SCGC ที่ร่วมเสวนาในฐานะผู้แทนภาคอุตสาหกรรม คือ การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ ผ่านแนวคิด "พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน" ควบคู่กับความรู้และคุณธรรม ซึ่งยังคงเป็นหลักคิดที่สอดคล้องกับการพัฒนาธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ท้ายที่สุด ผู้ร่วมเสวนาต่างเห็นตรงกันว่า โลกกำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะรอให้ทุกอย่างพร้อม ธุรกิจจึงต้อง Re-think และ Action Now ปรับวิธีคิดและลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างการเติบโตในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถแข่งขันได้ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพราะในโลกที่กติกากำลังเปลี่ยน "ความยั่งยืน" ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตในอนาคต
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2565 บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)
