icon-close
close

5 พ.ย. 2567

SCGC เผยโรงงาน LSP ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม เริ่มเดินเครื่องจักรและทดสอบประสิทธิภาพการเดินโรงงานทั้งระบบ เตรียมผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงป้อนตลาดโลก

dot 4
1 โรงงาน Lsp ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม1
Business ESG Circular Economy Innovation Product Service Solutions Sustainability Digitization Investor Relations

ลองเซิน บ่าเหรี่ยะ-หวุงเต่า (Ba Ria Vung Tau), ประเทศเวียดนาม - วันที่ 26 ธันวาคม 2566 : เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) เผยถึงความคืบหน้าของโครงการ LSP ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนาม (Long Son Petrochemicals) โดยล่าสุด ได้เริ่มเดินเครื่องจักร และจะดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพการเดินโรงงานตลอดทั้งระบบเพื่อความมั่นใจสูงสุดในด้านความปลอดภัย และคุณภาพการผลิต โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม ช่วยลดการนำเข้า พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมุ่งผลิตสินค้าคุณภาพมาตรฐานสากล ภายใต้แนวทาง ESG เพื่อความยั่งยืน ทั้งนี้ LSP จะเริ่มผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงเพื่อป้อนตลาดโลก ด้วยกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.35 ล้านตันต่อปี และพอลิโอเลฟินส์ 1.4 ล้านตันต่อปี

นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เผยว่า “โครงการ LSP มีความคืบหน้าตามแผน โดยเริ่มเดินเครื่องจักรและจะทำการทดสอบประสิทธิภาพการเดินโรงงานตลอดทั้งระบบต่อไป ทั้งนี้ ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพฯ  LSP จะผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง อาทิ พอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยทดแทนการนำเข้าพอลิโอเลฟินส์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม”

ทั้งนี้ โครงการ LSP ได้นำแนวทาง ESG เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยกระบวนการผลิตได้รับการออกแบบและติดตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงด้วยมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม ช่วยลดการนำเข้า พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

___________________________________________

เกี่ยวกับเอสซีจีซี เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำตลาดเคมีภัณฑ์ครบวงจรระดับภูมิภาค ซึ่งมุ่งเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืน มีฐานการผลิตหลักในประเทศไทย อินโดนีเซีย และ เวียดนาม  ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึงขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์ SCGC เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยมุ่งสู่ “ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน” ตามเป้าหมาย SDGs และ ESG  เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา Green Innovation & Solutions อาทิ นวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Polymer ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMERTM รวมทั้งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน


นอกจากนี้ ยังพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์โลก เช่น การร่วมลงทุนผลิตส่วนประกอบนำไฟฟ้าในการผลิตขั้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐานจากการขยายตัวของเมือง เป็นต้น


เกี่ยวกับ LSP โครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals) หรือ LSP เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจ SCG Chemicals (SCGC) โดย LSP เป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีมาตรฐานการผลิตเทียบเท่าระดับโลก ทั้งการผลิตพอลิโอเลฟินส์ คลังเก็บเคมีภัณฑ์ และระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง  โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศเวียดนาม ช่วยลดการนำเข้า พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ข้อมูลเพิ่มเติม www.lsp.com

test1

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

test2


Is this article useful ?